สร้างความมั่นใจเด็กด้วยงานศิลปะ

ความมั่นใจเด็กสร้างได้ ด้วยงานศิลปะ

            บุคลิกภาพของคนเรามีหลากหลายรูปแบบ การแสดงออกบางอย่างเกิดจากความมั่นใจหรือความไม่มั่นใจ และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่อาจจะกำหนดชีวิตเราก็เป็นได้  หากมองย้อนกลับไปสังคมไทยเป็นสังคมแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน เมื่อวัยเยาว์เราจะได้รับคำสั่งสอนให้เชื่อฟังผู้ใหญ่ ห้ามเถียงแม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม การอบรมสั่งสอนดังกล่าวทำให้เด็กหลายคนไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าที่จะแสงดออก ซึ่งจะส่งผลให้วัยผู้ใหญ่ที่จะทำให้ไม่กล้าตัดสินใจและไม่สามารถที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาของชีวิต ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่หนักหนาทำให้ตัดสินใจผิดพลาด แก้ปัญหาด้วยการหลีกหนี้ ซึ่งหากหนักเข้าจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องสร้างความมั่นใจให้ตั้งแต่เด็กเพื่อให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต โดยการสร้างความมั่นใจสามารถทำให้ด้วยการอาศัยศิลปะ             การสร้างความมั่นใจให้กับเด็กมีได้หลายวิธี แต่วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจนั้นก็คือการใช้งานศิลปะ เพราะงานศิลปะไม่มีคำว่าถูกหรือผิด ไม่มีความสมบูรณ์แบบหรือไม่สมบูรณ์แบบ เพราะงานศิลปะเป็นงานที่ออกมาจากใจ จากความคิดและสมองที่กลั่นกรองออกเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ ดังนั้นการให้เด็กทำงานศิลปะเป็นการให้เด็กได้ปลดปล่อยความคิด ความเป็นตัวเองออกมาให้เห็นรูปธรรม ซึ่งหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่อยู่รอบข้างจะต้องให้คำชื่นชมในผลงานที่เด็กสร้างสรรค์ออกมาในเชิงบวก เพราะงานศิลปะไม่มีคำว่าถูกหรือผิดอยู่แล้ว ดังนั้นหากต้องการสร้างความมั่นใจให้กับเด็กแล้ว การชื่นชอบในผลงานที่เด็กทำการสร้างสรรค์ออกมาจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเด็กได้มากขึ้น ห้ามตำหนิหรือติเตียนในผลงานที่เด็กทำออกมา เพราะว่าการตำหนิจะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นให้น้อยลง ไม่ใช่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็ก และงานศิลปะยังเป็นตัวช่วยให้เด็กเข้าสังคมได้ ด้วยการให้เด็กได้ไปทำกิจกรรมกับเด็กคนอื่น เพื่อให้เด็กที่มีความชื่นชอบในสิ่งเดียวกับ มารวมตัวกันและแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ระหว่างกัน เมื่อผลงานที่ออกมาจากการทำงานร่วมกัน เด็ก ๆ …

ศิลปะช่วยลดอาการสมาธิสั้นได้

ศิลปะกับการลดอาการสมาธิสั้นในเด็ก

            อาการสมาธิสั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราควรมองข้าม เด็กที่วิ่งซนจนเกินเหตุหรือเด็กที่นิ่งจนเกินไป คือ กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นเด็กสมาธิสั้นได้ทั้งสิ้น แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลต่อการดำเนินชีวิต การเรียนร และอื่นๆ ในอนาคต เด็กที่อยู่ในวัยเรียนเป็นกลุ่มที่พบว่ามีอาการสมาธิสั้นมากที่สุด ซึ่งอาการสมาธิสั้นที่เกิดขึ้น เนื่องจากการเลี้ยงดูที่ขาดความใส่ใจและการเทคโนโลยีที่ทำให้เด็กไม่ต้องสนอง อย่างโทรทัศน์หรือมือถือเข้ามาช่วยเด็กหยุดนิ่ง ซึ่งการที่เด็กหยุดนิ่งจะทำให้คนเลี้ยงเหนื่อยน้อยลงและมีเวลาในการทำสิ่งอื่นมากขึ้น แต่ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้เด็กมีอาการสมาธิสั้นไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำ มีอารมณ์แปรปรวน มีความก้าวร้าว รอคอยไม่เป็น เอาแต่ใจ ซึ่งอาการในเด็กแต่ละคนจะมีลักษณะที่ต่างกัน ซึ่งเมื่อโตขึ้นไปเด็กจะเข้าสังคมได้ยาก เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นในสังคม เกิดความแปลกแยก จึงนับว่าอาการสมาธิสั้นเป็นอาการที่ส่งผลเสียต่อเด็กมาก วันนี้เราจึงมีวิธีที่ช่วยลดอาการสมาธิสั้นด้วยงานศิลปะ             งานศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้แต่เด็ก ดังนั้นหากเด็กมีอาการสมาธิสั้นเกิดขึ้นสามารถลดอาการสมาธิสั้นที่เป็นอยู่ให้น้อยลงและหายได้ในที่สุด ด้วยการให้เด็กทำงานศิลปะด้วย การวาดภาพ การระบายสี งานประดิษฐ์ของเล่นต่าง ๆ การที่งานศิลปะสามารถช่วยลดอาการสมาธิสั้นได้ เนื่องจากในขณะที่เด็กทำงานอยู่นั้น เด็กจะมีความจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอยู่ มีความพยายามที่จะควบคุมกล้ามเนื้อในการขยับนิ้ว ขยับมือ แขนขาให้มีการเคลื่อนไหวไปตามที่ต้องการ …

Relieve Stress With Art Therapy

ศิลปะกับการบำบัดความเครียด

            ยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากขึ้น แต่มีดีก็ย่อมมีไม่ดีเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อมีความทันสมัยทางเทคโนโลยีก็มีความเสื่อมทางสังคม ทำให้คนเรามีความเครียดได้ง่าย ทุกวันนี้คนส่วนมากให้ความสนใจกับสิ่งของที่อยู่นอกกาย ภาพลักษณ์ที่ต้องดูดีในสายตาคนอื่น มีความอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น จึงทำให้เกิดความเครียดเมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งความเครียดนี้จะนำมาซึ่งโรคร้ายต่าง ๆ ที่เป็นอันตราถึงชีวิตได้ ดังนั้นการบำบัดความเครียดที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สุขภาพจิตแข็งแรง ส่งผลให้สุขภาพกายดีขึ้น ซึ่งวันนี้เรามีช่องทางที่จะช่วยในการบำบัดความเครียดได้ นั่นคือ การทำงานศิลปะ             สิ่งที่ทำให้เราสามารถลดความเครียดได้ คือ งานศิลปะเป็นงานที่ต้องลงมือทำด้วยตนเองและงานศิลปะเป็นสิ่งที่สวยงาม งานศิลปะสามารถที่จะบำบัดความเครียดได้ เนื่องจากในขณะที่เราทำงานศิลปะอยู่นั้น จิตใจของเราจะจดจ่ออยู่ที่ตัวงานที่ทำอยู่ ทำให้จิตมีสมาธิไม่ฟุ้งซ่านไปคิดเรื่องที่ทำให้เกิดความเครียด ไม่รู้สึกอิจฉาอยากได้อย่างมีเหมือนที่คนอื่นเขามีกัน การที่จิตใจจดจ่อกับงานศิลปะที่อยู่ตรงหน้า เป็นการดึงจิตกลับเข้ามาสู่บ้านที่แท้จริงของจิต นั่นคือ ภายในตัวของเรา เพราะในขณะที่ทำงานศิลปะจะต้องมีการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อทำผลงานที่ออกมาได้ตามใจนึก ซึ่งศิลปะที่ช่วยบำบัดความเครียดจะเป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเราชอบและอยากที่จะทำ ทำแล้วรู้สึกสบายใจ โดยที่งานดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่สวยงาม งานที่เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น เพราะงานที่ทำออกมาเป็นงานที่ตัวเราอย่างทำ บางครั้งการนั่งขีด ๆ เขียน …